2 แบงก์ คาด เงินบาทสัปดาห์นี้ มีโอกาสผันผวนแข็งค่า แรงหนุนจากราคาทองคำ
2 แบงก์ คาด เงินบาทสัปดาห์นี้ มีโอกาสผันผวนแข็งค่า หลังมีแรงหนุนจากราคาทองคำ ยังต้องจับตัวเลขเศรษฐกิจและนโยบายการค้าสหรัฐฯ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์วันที่ 12–18 มกราคม 2569 คาดว่า จะอยู่ประมาณ 31.44 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.00–31.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดสัปดาห์
ทิศทางค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดสิ้นปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก
แม้ว่าในระหว่างสัปดาห์จะมีบางช่วงที่เงินบาทอ่อนค่า จากแรงหนุนของเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามตัวเลขดัชนี ISM ที่ออกมาดีกว่าคาด ก่อนที่เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์
สำหรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (NFP) เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 66,000 ตำแหน่ง โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นจากภาคบริการเป็นหลัก ขณะเดียวกันตัวเลขการจ้างงานของสองเดือนก่อนหน้าได้รับการปรับลดลง ส่งผลให้ภาพรวมการจ้างงานตลอดปี 2568 อยู่ที่ 583,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่อัตราการว่างงานปรับลดลงมาอยู่ที่ 4.4% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.5%
ในด้านภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ เดือนธันวาคม 2568 พบความแตกต่างที่เด่นชัดระหว่างภาคบริการและภาคการผลิต โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (ISM Services) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหนึ่งปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 52.2 การปรับตัวดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมทางธุรกิจที่ขยายตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสามเดือน รวมถึงสัญญาณเชิงบวกจากภาคการจ้างงานที่กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดัน หลังดัชนี ISM Manufacturing ลดลงสู่ระดับ 47.9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 48.4 สะท้อนถึงสภาวะหดตัวที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมผลิตสินค้า
ด้านประเด็นทางนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ศาลฎีกาสหรัฐฯ ไม่ได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ตลาดยังคงจับตาทิศทางของประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด
ขณะที่กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.42 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.16-31.53 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ หลังผลสำรวจ ISM ภาคบริการเดือนธันวาคมของสหรัฐฯแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม ส่วนเงินเยนยังคงซื้อขายโซนอ่อนค่าท่ามกลางตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่ผันผวน โดยอัตราผลตอบแทน JGB อายุ 30 ปีแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 3.5% สะท้อนความเสี่ยงด้านการคลังที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กระแสประเทศเศรษฐกิจหลักยกระดับงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง จำกัดขาลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวหลังปฎิบัติการของสหรัฐฯในเวเนซูเอลา ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 4,806 ล้านบาท แต่มียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 6,661 ล้านบาท
สำหรับในสัปดาห์นี้ หลังตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐฯลดลงเกินคาดสู่ระดับ 4.4% ในเดือนธันวาคม สนับสนุนมุมมองที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้ ขณะที่ตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯรวมถึงคำวินิจฉัยของศาลต่ออำนาจของปธน.ทรัมป์ในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ อนึ่ง คำตัดสินที่ไม่เป็นผลดีต่อผู้นำสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะทำให้ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้ารุนแรงขึ้นและเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินดอลลาร์ แม้ว่านักลงทุนอาจคาดการณ์คำตัดสินดังกล่าวไว้บ้างแล้วก็ตาม ตลาดจะรอการตอบสนองของทรัมป์และราคาสินทรัพย์ต่างๆ อาจผันผวนสูงขึ้นอีกครั้ง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายรวมถึงการลดลงของความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่า ส่งออกจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่ามากเกินไป ขณะที่พื้นที่สำหรับดำเนินนโยบายการเงินมีจำกัดแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลย ธปท.ยังระบุด้วยว่ากำลังเข้มงวดเรื่องธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับทองคำ ทางด้านกระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนธันวาคมลดลง 0.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.59% ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั่วไปปี 2568 ลดลง 0.14% ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบห้าปี
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB